Univanich Palm Oil Public Company Limited
Email This Print This 
สาส์นจากประธานกรรมการ

ในปี 2560 อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากสภาพอากาศ El Nino ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อผลผลิตทั่วภูมิภาคเอเชียในช่วงก่อนหน้า การผลิตน้ำมันปาล์มดิบของไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านตันในปี 2559 เป็น 2.6 ล้านตันในปี 2560 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำใน 4 ด้านหลักของอุตสาหกรรม ที่กำลังเติบโตนี้

ด้านที่สอง คือ การเป็นผู้นำในการขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรรายย่อย ในปี 2560 ยูนิวานิชได้เข้าซื้อโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในจังหวัดพังงาและการก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งที่ 5 ในจังหวัดพัทลุงเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เงินลงทุนในปี 2560 เท่ากับ 978 ล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนภายในของบริษัท ทำให้กำลังการผลิตรวมของยูนิวานิชเพิ่มขึ้นจาก 155 เป็น 245 ตันทะลายปาล์มต่อชั่วโมง กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถรองรับกับปริมาณผลปาล์มสดในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ นัยยะสำคัญที่ทำให้ยูนิวานิชสามารถประสบความสำาเร็จในปี 2560 มาจาก (1) จำนวนทะลายปาล์มที่บริษัทซื้อเข้าผลิตในโรงงานมากกว่า 1 ล้านตันทะลายปาล์ม และ (2) การสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่มีปริมาณมากกว่า 200,000 ตัน

ด้านที่สาม คือ การเป็นผู้นำในการส่งออกน้ำมันปาล์มส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นของไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้เราได้ก่อสร้างถังเก็บน้ำมันปาล์มที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมป่อง จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะสามารถจัดเก็บน้ำมันจากโรงงานยูนิวานิชและคู่ค้าเพื่อพร้อมส่งออกไปยังประเทศอินเดีย, ตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้านี้ บริษัทฯ คาดว่าการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของไทยจะเพิ่มขึ้นและการส่งออกจะเป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจของบริษัทฯ และเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศ

ด้านที่สี่ คือ การนำรูปแบบความสำเร็จในการพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืนของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย เป็นที่น่ายินดีที่จะเรียนให้ทราบว่าในปี 2560 โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัทฯ ในเมืองมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ สามารถสกัดน้ำมันปาล์มดิบจากทะลายปาล์ม 84,000 ตันในระยะเวลาเพียงแค่สามปีของการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มั่นใจว่าการร่วมทุนนี้จะสร้างความสำเร็จให้เมืองมินดาเนาโดยการสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยหันมาปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น

ในรายงานประจำปีของบริษัทเมื่อปีที่แล้วผมได้กล่าวถึงประเด็นทางด้านกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องสัมปทานที่ดินบางส่วนของบริษัทฯ ในประเทศไทย จึงจะไม่ขอกล่าวถึงในครั้งนี้อีก เนื่องจากคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง กำลังดำเนินไปด้วยความสำเร็จและบางคดียังอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีความเชื่อมั่นในความยุติธรรมของกฎหมายและมีความมั่นใจในคำพิพากษาของศาล

ผมขอถือโอกาสนี้ แสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริษัทฯ ของเราในการกำหนดกลยุทธ์ลงทุนที่เพิ่มโอกาสความสำเร็จ ในการขยายธุรกิจของบริษัทฯ และขอแสดงความยินดีกับทีมบริหารของเราในการนำกลยุทธ์เหล่านั้นมาใช้และประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2560

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง และให้ความสนใจในพัฒนาการของบริษัทและชุมชนที่บริษัทฯ ดำเนินงานอยู่อย่างต่อเนื่อง


นายอภิรักษ์ วานิช
ประธานกรรมการ

ˆ กลับด้านบน