Univanich Palm Oil Public Company Limited
Email This Print This 
สาส์นจากประธานกรรมการ

ในปี พ.ศ. 2559 อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในอาเซียนได้รับผลกระทบจากผลกระทบสะสมของปรากฏการณ์ El Nino สภาพอากาศมีความแห้งแล้ง ผู้ผลิตรายใหญ่ในมาเลเซีย และอินโดนีเซียได้รับผลผลิตต่ำมาก ในประเทศไทย และฟิลิปปินส์ ยูนิวานิชได้รับผลกระทบจากผลผลิตต่ำที่สุด และผลประกอบการต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี

ข่าวดีก็คือ El Nino ไม่ใช่ลักษณะที่เกิดขึ้นถาวรในสภาพอากาศของเรา และในปี พ.ศ. 2560 มีฝนตกมากในช่วงฤดูแล้ง ในเดือนมกราคม ถึงมีนาคม นี่เป็นสัญญานที่น่ายินดีสำหรับปีต่อไป

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมของบริษัทลดลง 344.59 ล้านบาท ในปี 2559 ยูนิวานิชยังสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในแก่ผู้ถือหุ้นได้ในขณะที่ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคต นี่เป็นประโยชน์ของงบดุลที่แข็งแกร่งของเรา และการจัดการอย่างรอบคอบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในรายงานประจำปีของเราก่อนหน้านี้ เราได้พยายามอธิบายข้อพิพาทเกี่ยวกับสัมปทานที่ดินสวนเจียรวานิช เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล แต่เพื่อสรุปให้ผู้ถือหุ้นเข้าใจ เราขอนำเสนอเหตุการณ์ย้อนหลังในช่วงเวลามากกว่า 60 ปีที่ผ่านมา เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ดังนี้

ปี 2497 (1954) : ตามประมวลกฏหมายที่ดินปัจจุบันเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2497 ระบุไว้ว่า บุคคลใดได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนวันที่ ประมวลกฏหมายที่ดินใช้บังคับให้บุคคลผู้ครอบครองนั้น มีสิทธิครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวสืบไป และให้คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย
ปี 2510 (1967) : นายเจียร วานิช ผู้ก่อตั้งบริษัทยูนิวานิชฯ ได้เริ่มซื้อที่ดินต่อมาจากเกษตรกรที่ได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ ต่อเนื่องมาเป็นทอดๆ โดยเจ้าของดั้งเดิมได้ครอบครองที่ดินมาก่อนวันที่ประมวลกฏหมายที่ดิน ปี พ.ศ. 2497 จะประกาศบังคับใช้ ความตั้งใจในการซื้อที่ดินเหล่านี้คือต้องการมีพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับการบุกเบิกธุรกิจปาล์มน้ำมัน ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในนามของสวนเจียรวานิช
ปี 2520 (1977) : พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินได้เข้าไปเดินสำรวจรังวัดสอบสวนสิทธิ และพิสูจน์การทำประโยชน์ เพื่อออก นส. 3 ก. ในพื้นที่ดินจำนวนหลายแปลงที่ คุณเจียร วานิช ได้ซื้อไว้แล้ว และได้ขึ้นรูปแผนที่ดินในระวางที่ดินเป็นการยืนยันเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ถือว่ามีเอกสารทางราชการเทียบเท่ากับ ส.ค.2 ปัจจุบันเอกสารยังอยู่ในความครอบครองของสำนักงานที่ดินอำเภอปลายพระยา พื้นที่ที่ได้ผ่านการสำรวจรังวัดและขึ้นรูปแผนที่ในระวางที่ดินในปี พ.ศ. 2520 แล้วมีจำนวน 3 กลุ่มรวมเนื้อที่ 11,291 ไร่
ปี 2523 (1980) : มีประกาศเป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าในพื้นที่นี้เป็นครั้งแรก แต่พื้นที่ประกาศบางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทับซ้อนกับที่ดินที่ได้มีการครอบครอง และทำประโยชน์มาก่อนที่ประมวลกฏหมายที่ดินปี 2497 ใช้บังคับ
ปี 2526 (1983) : มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเกิดขึ้นในพื้นที่นี้และมีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ครอบครองที่มีมาก่อนประมวลกฏหมายที่ดิน ปี 2497 บังคับใช้ รวมเนื้อที่ดินประมาณ 11,291 ไร่ ที่คุณเจียรได้ซื้อมาไว้ในปี 2510 และได้ทำแผนที่ดินในระวางที่ดิน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินแล้วเมื่อปี 2520 เทียบเท่า ส.ค. 2
ปี 2526 (1983) : กรมป่าไม้ให้สัมปทานที่ดินจำนวน 20,000 ไร่ ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่ดินที่มีการครอบครองมาก่อน และเป็นพื้นที่ที่ได้มีการทำแผนที่ดิน ในระวางที่ดิน ไว้แล้ว เทียบเท่า ส.ค. 2 การให้สัมปทาน 20,000 ไร่ กับบริษัทเจียรวานิช จำกัด ส่งผลให้มีการดำเนินการร่วมทุนกับบริษัท Unilever PLC International Plantations Group มีการลงทุน และมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาพัฒนาพื้นที่สัมปทานของยูนิวานิช ในกรณีที่มีเนื้อที่เหลือเพียงประมาณ 15,000 ไร่ จากการได้รับเนื้อที่สัมปทาน 20,000 ไร่นั้น เนื่องจากผู้ครอบครองพื้นที่ที่เหลือเลือกที่จะไม่ขายสิทธิในการครอบครองพื้นที่ให้กับบริษัทฯ
ปี 2536 (1993) : มีประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฉบับใหม่เป็นครั้งที่สองแทนฉบับเก่าที่ถูกยกเลิกไป ซึ่งทับซ้อนกับที่ดินบางส่วนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บางส่วนอยู่ในเขตสัมปทานที่ให้บริษัทเจียรวานิช และบางส่วนอยู่ในพื้นที่ครอบครอง และทำประโยชน์มาก่อนประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ประกาศใช้บังคับ
ปี 2553 (2010) : บริษัท ยูนิวานิชฯ เริ่มดำเนินการขอต่ออายุสัญญาเช่าในพื้นที่ ที่เคยได้รับสัมปทาน ให้ทำประโยชน์มาก่อนอีกครั้งหนึ่ง
ปี 2556 (2013) : สัมปทานเดิมหมดอายุ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2556 คำขอต่อสัญญาเช่าของบริษัทยูนิวานิชได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนทั้งหมด ของกระบวนการทางกฏหมายทั้งหมดแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น) ที่ไม่ได้นำคำขอของบริษัทฯ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาตามที่กฏหมายกำหนด ยูนิวานิชจึงได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง
ปี 2559 (2016) : วันที่ 11 พฤษภาคม ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องนำคำขอ ของบริษัทฯ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งศาล และศาลปกครองได้ปฏิเสธคำขอที่จะขยายระยะเวลาเพิ่มเติม จาก 60 วัน ตามคำสั่งของศาล
ปี 2558-2559 (2015-2016) : บริษัท ยูนิวานิชฯ ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่เป็นสิทธิครอบครอง และทำประโยชน์มาก่อนประมวลกฏหมายที่ดิน ปี 2497 ประกาศใช้บังคับ และพื้นที่เหล่านี้ปรากฏอยู่ในแผนที่ระวางที่ดินที่สำนักงานที่ดินอำเภอปลายพระยาแล้ว
ปี 2559 (ธค.) (2016) : ศาลจังหวัดกระบี่ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ยูนิวานิชเข้าดำเนินการในพื้นที่สิทธิครอบครองสวน ปาล์มน้ำมันของบริษัทฯ เนื้อที่ 2,782 ไร่ ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประกาศทับซ้อนในปี 2536
ปี 2560 (มีค.) (2017) : ศาลจังหวัดกระบี่ได้ออกคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มิให้ขัดขวางและรบกวนสิทธิในการเข้าดำเนินงานของบริษัทฯ ในพื้นที่สิทธิครอบครอง 2,782 ไร่

กระบวนการยุติธรรมอันยาวนานนี้ ได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับคดีทางกฏหมายหลายคดี ในศาลปกครองและศาลจังหวัดเรายังคงมีความเชื่อมั่นในกระบวนการทางศาล และพยานหลักฐานที่ชัดเจนของเรา เรายังคงมั่นใจในความยุติธรรม และจะมีผลทำให้เราได้ครอบครองที่ดินเหล่านี้เต็มรูปแบบตามกฏหมายต่อไป(2017) และรบกวนสิทธิในการเข้าดำเนินงานของบริษัทฯ ในพื้นที่สิทธิครอบครอง 2,782 ไร่

ผมขอถือโอกาสนี้ แสดงความยินดีกับทีมบริหารของเราในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ ต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของเรา ในปีที่ท้าทายอย่างมากที่ผ่านมา นอกจากนี้ผมขอขอบคุณ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายราย ที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2559 และให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาบริษัท และชุมชนที่เราดำเนินงานอยู่


นายอภิรักษ์ วานิช
ประธานกรรมการ

ˆ กลับด้านบน