Univanich Palm Oil Public Company Limited
Email This Print This 
ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่เกิดจากการควบกิจการ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ระหว่างกลุ่ม บริษัทผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมน้ำมันและสวนปาล์ม จำกัด, บริษัท สยามปาล์ม น้ำมันและอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท เจียรวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด ซึ่งบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 โดยใช้ชื่อย่อ “UVAN”

บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (PKO) รายใหญ่ในประเทศไทย น้ำมัน ปาล์มเป็นส่วนผสมสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำมันสลัด มาการีน และไขมันใช้ในการผสมแป้งทำขนมอบ ขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม สบู่ แชมพู และเครื่องสำอาง ล่าสุดการนำน้ำมันปาล์มไปผลิตไบโอดีเซลและเชื้อเพลิงชีวภาพได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์พลอย ได้จากการผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบคือกากเมล็ดในปาล์ม (PKC) ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

บริษัทประกอบธุรกิจหลัก ดังนี้

  • บริษัททำธุรกิจปลูกสวนปาล์มน้ำมันในจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ในปี 2559 มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 35,991 ไร่ (5,758.6 เฮคแทร์) มีพื้นที่ที่ยังไม่ให้ผลผลิต 2,314.38 ไร่ (370.3 เฮคแทร์) บริษัทเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 และปลูกทดแทนต้นปาล์มเก่า (Replanting) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 บริษัทปลูกทดแทนต้นปาล์มเก่าด้วยปาล์ม ใหม่ประมาณร้อยละ 4 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมดต่อปีเป็นผลทำให้อายุต้นปาล์มภายในสวนของบริษัทมีความสมดุลสูง
  • ในปี 2559 สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทสามารถผลิตผลปาล์มสดป้อนเข้าโรงงานของบริษัทได้ร้อยละ 11.3 ของปริมาณผล ปาล์มสดที่ส่งเข้าสกัดในโรงงานของบริษัท อีกร้อยละ 88.7 เป็นการรับซื้อผลปาล์มสดจากบุคคลภายนอก พื้นที่ปลูกปาล์ม น้ำมันทั่วประเทศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและการเพิ่มขึ้นของเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้ ธุรกิจของบริษัทเติบโตในอนาคต
  • บริษัทมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ 3 แห่ง และโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ในปี 2559 จำนวนผลปาล์มสดส่งเข้าบีบที่โรงงานของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 504,981 ตัน และเมล็ดในปาล์มจำนวน 26,226 ตัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแต่ละแห่งของบริษัทฯ ใช้กระบวนการดักจับก๊าซมีเทนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้น บรรยากาศ และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • บริษัทมีท่าเรือน้ำลึกซึ่งพร้อมสำหรับการส่งออกน้ำมันปาล์ม ที่แหลมป่อง จ.กระบี่
  • บริษัทมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของตนเอง และเป็นผู้ริเริ่มการทำการวิจัยและปรับปรุงพันธ์ปาล์มคุณภาพสูง จนเป็นที่ ยอมรับของนานาประเทศ และสามารถส่งออกเมล็ดพันธุ์ปาล์มลูกผสมทนแล้งของบริษัท ไปยังผู้ปลูกปาล์มมากกว่า 15 ประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถจำหน่ายต้นกล้าปาล์มคุณภาพดีให้กับชาวสวนปาล์มของไทย มากกว่า 1.6 ล้าน ต้นอีกด้วย
  • ตั้งแต่ปี 2549 บริษัทได้เริ่มเปิดดำเนินงานด้านห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากปาล์มน้ำมันเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และในปี 2553 บริษัท ได้ทำการทดสอบต้นปาล์มเพาะจากเนื้อเยื่อในแปลงทดสอบ และต่อมาในปี 2559 บริษัท ได้เริ่มการ ผลิตเมล็ดจากต้นปาล์มตุณภาพเยี่ยมที่ผลิตจากเนื้อเยื่อดังกล่าว
  • ในปี 2556 บริษัทได้ขยายธุรกิจไปประเทศฟิลิปปินส์ โดยได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ ยูนิวานิช คาร์เมน ปาล์มออย คอร์ปอเรชั่น (UCPOC) เพื่อสร้างโรงงานและดำเนินงานสกัดน้ำมันปาล์มในจังหวัดโคตาบาโตเหนือในประเทศฟิลิปปินส์ โดยบริษัท ยูนิวานิช มีสัดส่วนลงทุน ใน UCPOC ร้อยละ 51 ซึ่งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มได้เริ่มเดินเครื่องตั้งแต่เดือน กรกฏาคม 2557
  • ในประเทศไทย บริษัทมีพนักงานรวม 1,100 คน และมีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพตามมาตรฐานสากลที่ได้ถูกวาง รากฐานไว้ตั้งแต่เป็นบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มยูนิลิเวอร์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างปี 2526 ถึง 2541 เป็นระยะเวลา 15 ปี โดย ช่วงเวลานั้นกลุ่มยูนิลีเวอร์ ถือหุ้นในบริษัท 51% บริหารงานภายใต้ Unilever’s International Plantations and Plant Science Group ใน Cambridge ประเทศอังกฤษ

ˆ กลับด้านบน